วันพฤหัสบดีที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2550
//video\\
นำเสนอวิดีโอ โดยใช้มุมมองต่างๆ ใช้เทคนิคของไฟ ด้วยการเปิด-ปิด การเพิ่ม-ลด และปรับเปลี่ยนตำแหน่งของไฟ เพื่อสร้างเทคนิค และเพื่อการตอบสนองของ form ที่เกิดขึ้น โดยสร้างมา 2 แบบ
video 1 (มุมมอง+after effect)
video 2 (ไม่ใช้ after effect)
การนำเสนอวิดีโอนี้เรื่องของมุมมองยังคงควรปรับปรุงต่อไป เพื่อสร้างความน่าสนใจ และไม่ดูแล้วน่าเบื่อ
ควรปรับปรุงเรื่องของเวลาในการทำงาน เพื่อโอกาสในการแก้ไขงานให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น
video 1 (มุมมอง+after effect)
video 2 (ไม่ใช้ after effect)
การนำเสนอวิดีโอนี้เรื่องของมุมมองยังคงควรปรับปรุงต่อไป เพื่อสร้างความน่าสนใจ และไม่ดูแล้วน่าเบื่อ
ควรปรับปรุงเรื่องของเวลาในการทำงาน เพื่อโอกาสในการแก้ไขงานให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น
sequence[shadow]
หลังจากเวลาผ่านไปนานจนลืม หมกมุ่นอยู่กับเงา แต่ผลที่ออกมามันทำให้ตัวเองอยู่ในกลุ่มเสี่ยง ก็พยายามหาสาเหตุว่าทำไมวะ ก็มึงไม่ทำนี่หว่า มึงมันช้าเกินปายยยยย ไหลเกินปายยยยยย แต่ก็ขอสู้อีกตั้งแล้วกัน จะถามท้อปะ ก็ท้อดิ แต่ก็เอาแล้ว พูดถึงไอ้คำนี้ คำว่า"เอาแล้ว"ตัวดีเลยถึงวันที่ต้องpresentทีไรเพื่อนๆถามเป็นไงมั่งวะ ไอ้คำว่า "เอาแล้ว" มันจะออกมาเลยโดยไม่คิดถึงสถานการณ์ที่อยู่ข้างหน้า ก็เพราะอย่างนี้ไง การที่พูดคำว่า"เอาแล้ว"ของผมมันก็เหมือนการปลอบตัวเองอยู่ลึกๆ แต่ใจจริงมันเป็นคำที่ออกมาจากสถานการณ์ที่กำลังอยู่ข้างหน้า ในเรื่องของการpresentงาน พอแล้วพุดพล่ำเยอะแล้ว นั้นขอสรุปเรื่องของ
sequence of shadow คร่าวๆใหม่แล้วกัน
จากการทดลองครั้งที่ 1
สรุป
A(แสง)----------B(วัตถุ) ====== C(เงา)
แต่เมื่อมีเวลามาเป็นเงื่อนไข C ก็จะสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา
โดยค่าของเวลาที่มีผลต่อ c ก็แบ่งได้ตามนี้
4 นาที องศาของเงาจะเปลียน 1 องศา-- 1 ชั่วโมง เปลี่ยนไป 15 องศา จึงสรุปได้ว่า
เมื่อครบ 24 ชั่วโมง เงาก็จะเปลี่ยนไปจนครบ 360 องศา
การทดลองครั้งที่ 2
ครั้งนี้เป็นการทดลองเรื่องของ object ที่มันส่งผลต่อเงามากที่สุด
ทดลองการเปลี่ยนแปลงของ C นั้นก็คือลักษณะของ form ที่มีลักษณะการเปลี่ยนแปลงแบบ free form
แสง-----------------เงา----------------form
แสง-----------------เงา----------------form
แสง-----------------เงา----------------form
โดยผลที่ได้ออกมา หลังจากการทดลอง ผมเลือกใช้วัตถุ(คน)ที่ให้ผลที่เกิดขึ้นกับลักษณะของ form ได้เป็นอย่างดี
เนื่องจากลักษณะของคน มี form ที่ผสมผสานกันหลากหลายรูปทรง และมีการเปลี่ยนแปลงแบบ free form ได้ดี
หลังจากนั้นผมก็ทดลองถ่าย Video เพื่อทดลองลักษณะของ form ที่เกิดขึ้น เมื่อเกิดการเคลื่อนที่ของวัตถุ
สมมุติฐานที่คาดว่าจะได้รับ
- เมื่อแสงตกกระทบวัตถุ ทำให้เกิด form ที่มีลักษณะ freeform
- เมื่อเกิดการเคลื่อนไหว ลักษณะของ form และทิศทางจะเปลี่ยนไป
- เกิดมิติของ form ในลักษณะใกล้ ไกล
sequence of shadow คร่าวๆใหม่แล้วกัน
จากการทดลองครั้งที่ 1
สรุป
A(แสง)----------B(วัตถุ) ====== C(เงา)
แต่เมื่อมีเวลามาเป็นเงื่อนไข C ก็จะสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา
โดยค่าของเวลาที่มีผลต่อ c ก็แบ่งได้ตามนี้
4 นาที องศาของเงาจะเปลียน 1 องศา-- 1 ชั่วโมง เปลี่ยนไป 15 องศา จึงสรุปได้ว่า
เมื่อครบ 24 ชั่วโมง เงาก็จะเปลี่ยนไปจนครบ 360 องศา
การทดลองครั้งที่ 2
ครั้งนี้เป็นการทดลองเรื่องของ object ที่มันส่งผลต่อเงามากที่สุด
ทดลองการเปลี่ยนแปลงของ C นั้นก็คือลักษณะของ form ที่มีลักษณะการเปลี่ยนแปลงแบบ free form
แสง-----------------เงา----------------form
แสง-----------------เงา----------------form
แสง-----------------เงา----------------form
โดยผลที่ได้ออกมา หลังจากการทดลอง ผมเลือกใช้วัตถุ(คน)ที่ให้ผลที่เกิดขึ้นกับลักษณะของ form ได้เป็นอย่างดี
เนื่องจากลักษณะของคน มี form ที่ผสมผสานกันหลากหลายรูปทรง และมีการเปลี่ยนแปลงแบบ free form ได้ดี
หลังจากนั้นผมก็ทดลองถ่าย Video เพื่อทดลองลักษณะของ form ที่เกิดขึ้น เมื่อเกิดการเคลื่อนที่ของวัตถุ
สมมุติฐานที่คาดว่าจะได้รับ
- เมื่อแสงตกกระทบวัตถุ ทำให้เกิด form ที่มีลักษณะ freeform
- เมื่อเกิดการเคลื่อนไหว ลักษณะของ form และทิศทางจะเปลี่ยนไป
- เกิดมิติของ form ในลักษณะใกล้ ไกล
วันจันทร์ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2550
ซีเคว้งของshodow
วันอาทิตย์ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2550
ตัวอย่าง
เป็นตัวอย่างที่แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ของ sequence ที่เกิดขึ้นคร่าวๆครับ แสดงให้เห็นว่า เมื่อเวลาเดินไปเรื่อยๆ ก็จะเกิด sequence
โดยสิ่งที่เกิดขึ้นก็คือการเปลี่ยนรูปร่างของวัตถุ การเคลื่อนไหวของวัตถุในการเปลี่ยนองศา และการเกิด interupt sequence ที่เข้ามาทำให้ ภาพ
นั้นมัว หรือหายไป
วันศุกร์ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2550
ข้อมูลการเกิดเงา(เพิ่มเติม)
ข้อมูลเพิ่มเติมจากการทดลอง
-เมื่อแสงตกทระทบกับวัตถุทึบแสง แสงไม่สามารถผ่านทะลุวัตถุ จึงทำให้เกิดเงาของวัตถุ
-บริเวณที่แสงส่องไปไม่ถึง เนื่องจากวัตถุทึบแสงกั้นทางเดินของแสง ทำให้เกิดเงาขึ้น 2 แบบ
1.เงามืด=บริเวณที่แสงส่องไปไม่ถึงเลย
2.เงามัว=บริเวณที่แสงส่องไปถึงแค่บางส่วน หรือปริมาณของแสงไม่เพียงพอ
-เงาจะเกิดขึ้นตรงข้ามกับแหล่งกำเนิดแสงเสมอ
-รูปร่างของเงาขึ้นอยู๋กับวัตถุ
-วััตถุที่โปร่งแสงจะเกิดเงาที่จางกว่า วัตถุทึบแสง
-พระอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันออก เงาของวัตถุจะทอดไปทิศตะวันตก
แสดงว่าเงาจะเกิดขึ้นตรงข้ามกับแหล่งกำเนิดแสงเสมอ
โลกของเราหมุนรอบตัวเองหนึ่งรอบ (360 องศา) ใช้เวลา 24 ชั่วโมง ดังนั้นเราสามารถบอกได้ว่า
เมื่อเวลาเปลี่ยนไป 24 ชั่วโมง โลกหมุนไป 360 องศา = เงาก็จะเปลี่ยนไป 360 องศา
เมื่อเวลาเปลี่ยนไป 1 ชั่วโมง โลกหมุนไป 360/24 = 15 องศา = เงาก็จะเปลี่ยนไป 15 องศา
เมื่อเวลาเปลี่ยนไป 4 นาที โลกหมุนไป 1 องศา = เงาก็จะเปลี่ยนไป 1 องศา
-เมื่อแสงตกทระทบกับวัตถุทึบแสง แสงไม่สามารถผ่านทะลุวัตถุ จึงทำให้เกิดเงาของวัตถุ
-บริเวณที่แสงส่องไปไม่ถึง เนื่องจากวัตถุทึบแสงกั้นทางเดินของแสง ทำให้เกิดเงาขึ้น 2 แบบ
1.เงามืด=บริเวณที่แสงส่องไปไม่ถึงเลย
2.เงามัว=บริเวณที่แสงส่องไปถึงแค่บางส่วน หรือปริมาณของแสงไม่เพียงพอ
-เงาจะเกิดขึ้นตรงข้ามกับแหล่งกำเนิดแสงเสมอ
-รูปร่างของเงาขึ้นอยู๋กับวัตถุ
-วััตถุที่โปร่งแสงจะเกิดเงาที่จางกว่า วัตถุทึบแสง
-พระอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันออก เงาของวัตถุจะทอดไปทิศตะวันตก
แสดงว่าเงาจะเกิดขึ้นตรงข้ามกับแหล่งกำเนิดแสงเสมอ
โลกของเราหมุนรอบตัวเองหนึ่งรอบ (360 องศา) ใช้เวลา 24 ชั่วโมง ดังนั้นเราสามารถบอกได้ว่า
เมื่อเวลาเปลี่ยนไป 24 ชั่วโมง โลกหมุนไป 360 องศา = เงาก็จะเปลี่ยนไป 360 องศา
เมื่อเวลาเปลี่ยนไป 1 ชั่วโมง โลกหมุนไป 360/24 = 15 องศา = เงาก็จะเปลี่ยนไป 15 องศา
เมื่อเวลาเปลี่ยนไป 4 นาที โลกหมุนไป 1 องศา = เงาก็จะเปลี่ยนไป 1 องศา
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
ตัวตน
คลังบทความของบล็อก
ชาวแก็งค์
- +grafiction
- +practicalbkk
- +Teacher Anuthin
- amonthep
- angsumalinn
- aphiwat
- apinyaa
- daunden
- egarajbq
- lerrutai
- mooleknattapol
- naramon
- nattakan
- panupong24
- parinya
- patidta-k
- phanita
- pongpat
- poramat-naow
- porawee
- porntap
- prawitsaelek
- pugkrub
- supannapa
- tavorn-kong
- theeraphong
- theped
- top-katawut
- tumdusadee
- vorrapat
- wanboon

