วันศุกร์ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2550
statement 2
ขยายความต่อจากครั้งแรกที่เสนอไป ผมต้องการไปต่างประเทศเพื่อศึกษาต่อ ในด้าน communication design หรือหลักสูตรที่สูงขึ้นต่อเนื่องจากที่เรียนมา แต่ยังไม่ได้ศึกษาถึงข้อมูลว่ามีสาขาอะไรบ้างที่เหมาะสม ส่วนอีกความต้องการที่จะไปเอาในด้านอื่นที่นอกเหนือจากการเรียนในมหาลัยแล้ว ก็คือการเรียนรู้ชีวิตนอกมหาลัย การพัฒนาตัวเองในเรื่องการช่วยเหลือตัวเองในนการใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยว ผมต้องการไปลุยที่ต่างประเทศมากครับ มันเป็นความฝันของผม ไปแบบไม่รู้จักใคร(แต่อาจรู้จักไว้ซักคนเผื่อเอาตัวเองไม่รอด)ขั้นแรกของแผนการคือเมื่อได้โอกาสไปแล้วเริ่มจากการหาที่พักราคาถูกๆสักห้องไว้พักพิง บางทีเราอาจพบปัญหาตั้งแต่แรกในเรื่องไม่มีที่พัก ก็เตรียมตัวไว้แล้วสำหรับที่พักฟรีๆ(ข้างถนนหรือที่สนามบิน)บางทีอาจจะเจอศิลปินข้างถนนก็ดีเลย มีความสุขดี เมื่อหาที่พักได้ลงตัวแล้ว(มีที่นอนกับห้องน้ำก็อยู่แล้ว)หลังจากนั้นเริ่มกำหนดแผนการไว้ล่วงหน้า แผนการแรก(ตอนนี้คงมีปัจจัยติดตัวไว้ซักก้อนพอประทังชีวิต)เอาแผนที่ ที่เราซื้อติดตัวมาจากบ้านแล้วออกเดินทางไปสถานที่แรกคือ พิพิธภัณฑ์ศิลปะ อยากดูงานของศิลปินดังๆมาก ขอเต็มๆ และอยู่ที่นั่นทั้งวันทั้งคืนได้ยิ่งดี เมื่อพบเจอฝรั่งอย่าตื่นเต้นพูดคุยทำความรู้จักหน่อยพูดแบบมั่วๆถูกๆผิดๆไป (อย่าลืมportfolioติดตัวไปด้วย)ขอเวลาเขาสักหน่อยเพื่อโชว์ผลงานของตัวเอง เผื่อเขาจะสนใจงานเราอาจมีงานให้เราทำบ้างเป็นโอกาสทดีเลย หลังจากนั้นวันต่อไปเริ่มหางานทำเพื่อเก็บเงินก่อน มันคงหาลำบากก็คงต้องเอาตัวรอดแบบคนไทย ก้หางานที่มีคนไทยเป็นเจ้าของ น่าจะง่ายกว่า มันคงจะอึดอัดกับงานที่เราไม่ชอบ แต่เพื่อเงินก่อน ทำอะไรก็ได้เก็บเงินก่อน ระหว่างนั้นก็เป็นการฝึกภาษาไปด้วย(ไม่ต้องไปเรียนปรับพื้นฐานให้เสียเงินอีกด้วย)ระหว่างทำงานคงไม่ได้เดินทางตามความต้องการ ถ้ามีวันหยุดก็ศึกษาเกี่ยวกับสถานที่เรียน สาขาที่เราต้องการไปด้วย หลังจากทำงานน่าจะมีเงินเก็บซักก้อนแล้วเรื่องการศึกษาอาจหยุดไปก่อน อยากจัก exhibition(ติดต่อหาสถานที่แล้วเอาportfolioไปให้เขาดูว่าสนใจให้เราแสดงรึเปล่า)ถ้าเขาสนใจก็เริ่มสร้างผลงานเลย แต่ถ้าไม่มีสถานที่สำหรับงานของผม ก็คงต้องสร้างผลงานขึ้นมาชิ้นหนึ่งที่สามารถเล่นกับ space ข้างถนนและผู้คนที่เดินผ่านไปมาได้(อย่าลืม!ถ่ายรูปเก็บไว้ เป็นportfolio เราก็จะมีผลงานที่แสดงที่เมืองนอกด้วย)ขอใช้ชีวิตและสร้างผลงานที่นี่ไปเรื่อยๆ เมื่อเราได้ภาษาคล่องแล้วพยายามสร้างconnectionกับผู้คนที่สนใจงานเราหรือไปเสนอportfolioของเราเพื่อสามารถเข้าไปทำงานตามแบบที่เราชอบอย่างมีความสุข ถ้าเป็นอย่างที่วางเป้าหมายไว้ก็โอเค แต่ทุกสิ่งทุกอย่างไม่มีความแน่นอน มันขึ้นอยู่กับความพยายามของเรา+โชคชะตาเข้าไป สักวันผมคงจะเป็นศิลปินที่มีชื่อหรือไม่มี หรือเป็นแค่คนธรรมดาคนหนึ่งที่เป็นแค่ส่วนประกอบในสังคมเล็กๆก็เป็นได้
วันพฤหัสบดีที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2550
statement 1
ขั้นตอนในแผนการที่ผมคิดไว้หลังจากเรียนจบป.ตรีแล้ว ผมคิดว่าจะบวชเพื่อป๊า แม่ และตัวเองสัก 1 พรรษา เพราะอยากฝึกสมาธิของตัวเองให้ดีขึ้น ถอยหลังกลับมาตั้งต้นเพื่อทบทวนสิ่งที่ได้รับการฝึกฝนมานาน แล้ววิเคราะห์ก่อนว่าเรานั้นเหมาะสมกับงานแบบไหนหลังจากนั้นก็คงเริ่มไปหางานทำทันทีเลย ไม่ว่าจะเป็นลูกน้องของคนอื่นตามบริษัท อันนี้สมควรก่อนเป็นอันดับแรก เพราะก่อนที่จะไปเป็นเจ้านายของคนอื่นคงต้องฝึกฝนอีกหลายกระบวนท่า หรือถ้าไม่สามารถหางานได้ก็คงต้องหา freelance ทำไปพร้อมกับหางานไปในตัว เมื่อทำงานเก็บเงินส่วนตัวได้ส่วนหนึ่งแล้ว คงประมาณสัก2-3 ปี ต่อจากนั้นเอาทุนที่มีเพื่อใช้ในการศึกษาต่อ ป.โท (ต่างประเทศไม่ว่าจะยุโรปหรืออเมริกา) มันเป็นความฝันอีกอย่างที่ผมฝันไว้และหวังกับฝันนั้นมาก ระหว่างนั้นผมจะเริ่มสร้างผลงานของตัวเองขึ้นมาแล้วก็จัด exhibition เล็กๆขึ้นเพื่อแสดงผลงานของตัวเอง และพัฒนางานอย่างต่อเนื่อง เมื่อศึกษาจบแล้วก้จะกลับมาทำงานต่อ และก็หาเวลาว่างเพื่อสร้างผลงานของตัวเองอยู่ตลอดเวลา
//Sequence of Shadow\\
ผลงานชิ้นนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก"เงา" เป็นส่วนหนึ่งของคำว่า"sequence"เป็นความต่อเนื่องกัน โดยมีการเชื่อมโยงกันอย่างมีระบบ จาก แสง----วัตถุ----เงา หลังจากนั้นก็เริ่มทำการศึกษาข้อมูลในเรื่องระบบของการเกิดเงาต่อ แล้วทำการวิเคราะห์ข้อมูลที่ได้เพื่อใช้ในการทดลองต่อไป ในการทดลองผมได้ควบคุมในเรื่องของแสง แบ่งออกเป็น 2 ลักษณะ 1.แสงจากธรรมชาติ(แสงอาทิตย์)2.แสงที่ไม่ได้เกิดจากธรรมชาติ(แสงจากหลอดไฟ) ความแตกต่างที่พบในการทดลองในการกำหนดลักษณะของแสงนั้นพบว่า เงาที่เกิดจากแสงอาทิตย์จะมีเวลาเป็นเงื่อนไขในการควบคุมทิศทางการเกิดเงา ส่วนแสงที่เกิดจากหลอดไฟ เราสามารถควบคุมทิศทางของเงาได้เอง
ทดลอง(object)
เมื่อได้รับคำปรึกษาจากอาจารย์ คำถามที่ได้รับในครั้งนี คือการทดลองในเรื่องของวัตถุ และการเคลื่อนไหวของวัตถุว่าจะส่งผลต่อรูปร่างในเชิงบวกอย่างไรบ้าง




ผลที่ได้จากการทดลองกับวัตถุหลากหลายรูปทรงนั้น ลักษณะของ"คน"ส่งผลในเรื่องของ form ได้ดี เนื่องจากรูปร่างคนมี form ที่ผสมผสานกันหลากหลายรูปทรง ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง freeform ได้ดี




ผลที่ได้จากการทดลองกับวัตถุหลากหลายรูปทรงนั้น ลักษณะของ"คน"ส่งผลในเรื่องของ form ได้ดี เนื่องจากรูปร่างคนมี form ที่ผสมผสานกันหลากหลายรูปทรง ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง freeform ได้ดี
ทดลอง(object)กับการเคลื่อนไหว
ทดลองด้วยการถ่ายวิดีโอ เพื่อทดลองลักษณะของ form ที่เกิดขึ้น เมื่อเกิดการเคลื่อนที่ของวัตถุ สมมุติฐานในการทดลองครั้งนี้
เมื่อแสงตกกระทบ เกิด form ในลักษณะ freeform
เมื่อมีการเคลื่อนไหว form และทิศทางเปลี่ยนแปลง
เกิดมิติ form ในลักษณะ ใกล้-ไกล
ผลจากการทดลอง ข้อเสียที่ได้รับในเรื่องลักษณะของงานที่ออกมานั้น ยังไม่สามารถสื่อสารได้ดี และดูไม่น่าสนใจ
เมื่อแสงตกกระทบ เกิด form ในลักษณะ freeform
เมื่อมีการเคลื่อนไหว form และทิศทางเปลี่ยนแปลง
เกิดมิติ form ในลักษณะ ใกล้-ไกล
ผลจากการทดลอง ข้อเสียที่ได้รับในเรื่องลักษณะของงานที่ออกมานั้น ยังไม่สามารถสื่อสารได้ดี และดูไม่น่าสนใจ
//ทดลอง\\
เมื่อได้ทดลองกับสื่อ video แล้ว งานที่ถูกสร้างออกมานั้นไม่ได้ผลตามต้องการ จึงเริ่มถอยหลังกลับไปสู่จุดเริ่มต้น และได้ทำการทดลอง โดยการใช้วัสดุจากไม้มาสร้างเป็น figureของคน + typeที่ถูกเจาะ stensil ผสมผสานกัน

สรุปผลที่ได้รับ อาจารย์บอกว่าเป็นการหาทางออกจากปัญหาได้ถูกทางแล้ว อาจารย์ก็ได้แนะนำในเรื่องที่ต้องแก้ไข คือ
เรื่องของแสง เราควรควบคุมแสงเอง(ตัวเราเป็นพระอาทิตย์)
Type จะเชื่อมโยงกับตัว figure อย่างไร
หลังจากนั้นผมก็นำเรื่องที่ควรปรับปรุง มาทำการวิเคราะห์เพื่อใช้ในการออกแบบ
ศึกษาเรื่องของท่าทางของคนที่แสดงออกในด้านของอารมณ์ เพราะในลักษณะท่าทางของเงาสามารถสื่อสารออกมาให้รู้สึกถึงอารมณ์ได้ดี
สร้าง figure ของคน ในการแสดงออกมาถึงอารมณ์ต่างๆ
Type ควรเป็นคำที่สามารถเชื่อมโยงลักษณะ figure ได้ดี

สรุปผลที่ได้รับ อาจารย์บอกว่าเป็นการหาทางออกจากปัญหาได้ถูกทางแล้ว อาจารย์ก็ได้แนะนำในเรื่องที่ต้องแก้ไข คือ
เรื่องของแสง เราควรควบคุมแสงเอง(ตัวเราเป็นพระอาทิตย์)
Type จะเชื่อมโยงกับตัว figure อย่างไร
หลังจากนั้นผมก็นำเรื่องที่ควรปรับปรุง มาทำการวิเคราะห์เพื่อใช้ในการออกแบบ
ศึกษาเรื่องของท่าทางของคนที่แสดงออกในด้านของอารมณ์ เพราะในลักษณะท่าทางของเงาสามารถสื่อสารออกมาให้รู้สึกถึงอารมณ์ได้ดี
สร้าง figure ของคน ในการแสดงออกมาถึงอารมณ์ต่างๆ
Type ควรเป็นคำที่สามารถเชื่อมโยงลักษณะ figure ได้ดี
//Figure DEsign1\\
Figure DEsign ที่ได้รับการกำหนดลักษณะของท่าทาง อารมณ์ และtype ที่เชื่อมโยงกับตัวfigure
border="0" alt=""id="BLOGGER_PHOTO_ID_5114127038464280722" />
อาจารย์แนะนำให้ปรับปรุงหลังการนำเสนอคือ
สร้าง figure ให้มีขนาดรูปร่างเหมือนจริง สัดส่วนจริง
type ควรใช้ font ที่มีอยู่แล้วเลือกมาใช้ให้เหมาะสม
ถ่ายรูปโดยการกำหนดท่าทางเอง เพื่อนำไปใช้ในการออกแบบ
ถ่ายรูปโดยกำหนดแสงเอง
border="0" alt=""id="BLOGGER_PHOTO_ID_5114127038464280722" />อาจารย์แนะนำให้ปรับปรุงหลังการนำเสนอคือ
สร้าง figure ให้มีขนาดรูปร่างเหมือนจริง สัดส่วนจริง
type ควรใช้ font ที่มีอยู่แล้วเลือกมาใช้ให้เหมาะสม
ถ่ายรูปโดยการกำหนดท่าทางเอง เพื่อนำไปใช้ในการออกแบบ
ถ่ายรูปโดยกำหนดแสงเอง
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
ตัวตน
คลังบทความของบล็อก
ชาวแก็งค์
- +grafiction
- +practicalbkk
- +Teacher Anuthin
- amonthep
- angsumalinn
- aphiwat
- apinyaa
- daunden
- egarajbq
- lerrutai
- mooleknattapol
- naramon
- nattakan
- panupong24
- parinya
- patidta-k
- phanita
- pongpat
- poramat-naow
- porawee
- porntap
- prawitsaelek
- pugkrub
- supannapa
- tavorn-kong
- theeraphong
- theped
- top-katawut
- tumdusadee
- vorrapat
- wanboon
